เพราะปัจจุบันมีคอร์สเรียนออนไลน์ต่างๆผุดขึ้นมามากมายก่ายกองแถมยังมีการพัฒนาคุณภาพอยู่เรื่อยๆอีกด้วย ซึ่งเราจะรู้จักกันในชื่อของ MOOCs (Massive Open Online Courses) แต่ที่เด่นๆนั้นดูเหมือนว่าจะไม่พ้น 6 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเรียนออนไลน์ดังต่อไปนี้จริงๆ
1. Udemy
เว็ปไซต์ Udemy เป็นเว็ปที่ใครก็ได้สามารถสร้างคอร์สเรียนของตัวเองขึ้นมาให้คนอื่นสมัครเข้ามาเรียน ตัวคอร์สที่เราจะสร้างนั้นสามารถเป็นได้ทั้งแบบสมัครฟรีหรือคิดเงิน โดยราคามักจะอยู่ที่ประมาณ $29-$99 ลองคิดดูว่าหากมีคนสมัครเรียนสัก 1,000 คน คนสอนจะได้รับตั้งเท่าไหร่!!! ต่อให้หัก%ไปสัก 2 ใน 3 ก็ยังหลักแสนหลักล้านอยู่ดีเชียวนา แต่หากใครสนใจจะลองหาคอร์สฟรีเรียนก่อนก็น่าสนใจไม่น้อยเชียวนะครับ
2. Coursera
![]() |
| Logo ของ Udemy หน้าตาแบบนี้ |
| มีคอร์สให้เลือกเพียบ |
| จะเรียนก็ได้ จะทำคอร์สสอนก็ดี |
2. Coursera
เป็นเว็ปไซต์ที่สร้างขึ้นโดยศาสตราจารย์ทางวิทยาการคอมฯของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด คอร์สเรียนทั้งหมดมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็นแสตนฟอร์ด เพนซิลเวเนีย มิชิแกน หรือแม้แต่พริ้นซ์ตั้นที่ไอน์สไตล์เคยทำงาน ก็รวมอยู่ด้วย ศาสตร์ที่เปิดสอนมีทั้งวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ การแพทย์ สังคมศาสตร์ ไปจนถึงบริหารธุรกิจกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ ฟรี !!! แต่ถ้าเรียนแล้วอยากจะได้ประกาศนียบัตรไว้เป็นประวัติก็คงต้องจ่ายกันสักหน่อย ราคาก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคอร์สเลย ในคอร์สเรียนก็จะมีตั้งแต่วีดีโอสื่อการสอนซึ่งบางครั้งจะมีควิซสอดแทรกเข้ามา นอกจากนั้นยังมีสไลด์ให้ download และก็มี forumให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
3. edX
| Logo ของ Coursera |
| มีคอร์สให้เลือกเพียบ |
| ลองเลือก Enroll สักคอร์สนึง |
| เมื่อเรียนจบคอร์สแล้วก็จะได้ Statement of Accomplishment แบบนี้ด้วย |
ส่วนเจ้านี้ MIT และ Harvard เป็นคนก่อตั้งขึ้นมา edX ต่างกับ Coursera ตรงที่ edX นั้นเป็น "Non-profit" ในขณะที่ Coursera นั้นเป็น "For-profit" และ edX นั้นทำงานด้วย Opensource platform คอร์สเรียนมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็นวิชา Justice ของ Harvard, Introduction to Linux จาก Linux Foundation หรือ Game design จาก MIT แน่นอนว่าคอร์สส่วนใหญ่คุณสามารถเข้าไปเรียนได้อย่างฟรีๆ
4. Udacity
เมื่อ Vice President ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Google ผันตัวมาก่อตั้งเว็ปไซต์เพื่อการเรียนออนไลน์ร่วมกับเพื่อนๆจาก Stanford คิดดูว่าจะสุดยอดขนาดไหน!! โดยเว็ป Udacity จะเน้นไปที่วิชาทางด้าน IT ตั้งแต่พื้นฐานอย่าง Introduction to Computer Programming ไปจนถึง Advance สุดๆอย่าง High Performance Computer, Responsive web design, หรือแม้แต่ Developing Android Apps ซึ่งสามารถเข้าไปเรียนได้ฟรี แต่หากต้องการผู้ช่วยและ certificate เมื่อเรียนจบคอร์สก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเช่นเดียวกับ Coursera (แน่ล่ะ ก็มีbusiness model เหมือนกันนี่นา)
5. Khan Academy
![]() |
| Logo ของ edX |
| วิชา Justice ของ Michael Sandel น่าสนใจมาก! |
| ลองเปิดวีดีโอของวิชา Leaders of Learning ดู |
4. Udacity
เมื่อ Vice President ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Google ผันตัวมาก่อตั้งเว็ปไซต์เพื่อการเรียนออนไลน์ร่วมกับเพื่อนๆจาก Stanford คิดดูว่าจะสุดยอดขนาดไหน!! โดยเว็ป Udacity จะเน้นไปที่วิชาทางด้าน IT ตั้งแต่พื้นฐานอย่าง Introduction to Computer Programming ไปจนถึง Advance สุดๆอย่าง High Performance Computer, Responsive web design, หรือแม้แต่ Developing Android Apps ซึ่งสามารถเข้าไปเรียนได้ฟรี แต่หากต้องการผู้ช่วยและ certificate เมื่อเรียนจบคอร์สก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเช่นเดียวกับ Coursera (แน่ล่ะ ก็มีbusiness model เหมือนกันนี่นา)
| Logo ของ Udacity |
| คอร์สส่วนใหญ่ใน Udacity จะเป็นเกี่ยวกับ Computer Science |
| ลองดูคอร์ส Android สักหน่อย |
5. Khan Academy
เว็ปไซต์นี้มีที่มาแปลกกว่าเพื่อน เพราะจุดเริ่มต้นนั้นเป็นแค่วีดีโอสอนเลขที่ Salman Khan อัพโหลดลง YouLike เอ้ย Youtube (ที่จริงก่อนหน้านั้นเค้าใช้ Yahoo! Doodle Notepad) เพื่อเอาไว้ใช้สอนญาติของเขาเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่ามีผู้คน Subscribe เขามากกว่า 2 ล้านคน และมียอดวิวทั้งหมดกว่า 500 ล้านครั้ง (นับถึงเมื่อต้นปี 2015) เว็ปไซต์ Khan Academy คงไว้ซึ่งปรัชญา "Free Education" ทุกคนสามารถสมัครเข้าไปดูวีดีโอกว่า 6,500 คลิปซึ่งสอนวิชาต่างๆตั้งแต่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และภาษา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Coaching สำหรับอาจารย์ได้ดูความคืบหน้าในการเรียนของนักเรียนที่ใช้ Khan Academy อีกด้วย
6. MIT OpenCourseware
หลายครั้งที่เราเล่น Youtube แล้วมีวีดีโอจาก MIT OpenCourseware วิชาต่างๆขึ้นมาเป็น Feed ไม่ว่าจะเป็น Calculus ไปจนถึง AI (Artificial Intelligence) ซึ่งเมื่อเข้าไปดูในเว็ปไซต์ของ MIT ก็จะมีตั้งแต่วีดีโอที่ถ่ายการบรรยายในห้อง Lecture Hall ใหญ่ๆ ไปจนถึงคอร์สที่มีแต่ PDF และก็แนะนำหนังสือไปอ่านเอง ค่อนข้างหลากหลาย หลากมาตรฐานมากเลยทีเดียว แต่ถึงบางคอร์สจะไม่มีวีดีโอให้เรียน อย่างน้อยก็ยังมีเอกสาร หรือหัวข้อเรียนใน Syllabus ไว้ใช้เป็นแนวทางในการเรียนรู้ต่อไปนะจ๊ะ
ประโยชน์ของออนไลน์คอร์สเหล่านี้ นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตามความสนใจสำหรับนักเรียนและบุคคลทั่วไปที่สนใจแล้ว อาจารย์ทั้งหลายยังสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการทำ Flipped Classroom อีกด้วย! แต่..... ติดอุปสรรคอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือคอร์สเรียนออนไลน์เหล่านี้นั้นเกือบทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากใครภาษาอังกฤษติดขัดก็ต้องรีบฟิตซ้อมกันสักหน่อยแล้ว มิฉะนั้นจะเสียโอกาสการเรียนรู้อย่างใหญ่หลวงเชียวนะ จะบอกให้ !!
![]() |
| Logo ของ Khan Academy |
| วีดีโอใน Khan Academy ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าจอดำๆที่เขียนด้วยสีหลากหลาย |
| ระหว่างดูวีดีโอจะมีคะแนนให้สะสม เมื่อถึงขั้นที่กำหนดก็จะได้เหรียญตรามาซะด้วย (Level up!) |
6. MIT OpenCourseware
หลายครั้งที่เราเล่น Youtube แล้วมีวีดีโอจาก MIT OpenCourseware วิชาต่างๆขึ้นมาเป็น Feed ไม่ว่าจะเป็น Calculus ไปจนถึง AI (Artificial Intelligence) ซึ่งเมื่อเข้าไปดูในเว็ปไซต์ของ MIT ก็จะมีตั้งแต่วีดีโอที่ถ่ายการบรรยายในห้อง Lecture Hall ใหญ่ๆ ไปจนถึงคอร์สที่มีแต่ PDF และก็แนะนำหนังสือไปอ่านเอง ค่อนข้างหลากหลาย หลากมาตรฐานมากเลยทีเดียว แต่ถึงบางคอร์สจะไม่มีวีดีโอให้เรียน อย่างน้อยก็ยังมีเอกสาร หรือหัวข้อเรียนใน Syllabus ไว้ใช้เป็นแนวทางในการเรียนรู้ต่อไปนะจ๊ะ
![]() |
| Logo ของ MIT Open Courseware |
| Filter คอร์สที่เราต้องการได้เลย |
| ส่วนใหญ่จะเป็นวีดีโอที่ถ่ายในห้องเรียน |





